⭐ รวมข้อสงสัยและคำถามที่พบบ่อย :: เรื่องควรรู้เกี่ยวกับโครงการที่ดินปันสุข

สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. (เว็บไซต์หลักของสถาบัน) จัดให้มี "โครงการที่ดินปันสุข" เมื่อปี พ.ศ. 2563 โดย บจธ. ทำหน้าที่จับคู่หรือเป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้ประสงค์ใช้ที่ดินเพื่อทำกิน ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ในการจูงใจให้เกิดการนำที่ดินทิ้งร้างว่างเปล่าในประเทศไทยออกมาใช้ประโยชน์ และสร้างโอกาสเข้าถึงที่ดินให้แก่ผู้ขาดแคลนที่ดินทำกิน ในลักษณะเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นการชั่วคราว และเชื่อมต่อไปยังโครงการอื่นของ บจธ. เพื่อสร้างโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเป็นเจ้าของที่ดินที่ตนเองอยู่อาศัยหรือทำกินในท้ายที่สุด 

.

"โครงการที่ดินปันสุข" หมายถึง โครงการที่ผู้เข้าใช้ที่ดินจะได้ใช้ที่ดินเพื่อทำการเกษตร โดยไม่มีค่าเช่าหรือมีค่าเช่าต่ำเป็นพิเศษ และส่งมอบที่ดินคืนให้แก่เจ้าของที่ดินเมื่อหมดระยะเวลาตามสัญญา

.
ลงทะเบียนเพื่อรับการบริการจากโครงการและเจ้าหน้าที่
เจ้าของที่ดิน >> Click
ผู้ต้องการใช้ที่ดิน >> Click

========================================

มีคำถามหรือข้อสงสัย กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00 - 16.00 น. )

นางสาวฆัณฑรัตน์ ตาณพันธุ์ (เบสท์) : 094-550-9151
นางสาวกิตติมา ปานขาว (มิ้น) : 085-955-9196

1. คำถาม : ที่ดินปันสุขเหมาะกับใคร 
คำตอบ : เหมาะกับผู้ต้องการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใช้พื้นที่ขนาด 1-2 ไร่ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อบริโภคเองลดค่าใช้จ่าย หรือนำส่วนที่เหลือจำหน่ายสร้างรายได้พิเศษ เป็นพื้นที่สำหรับตั้งตัวชั่วคราว

2. คำถาม : มีระยะเวลาใช้ประโยชน์เท่าไหร่
คำตอบ : ระยะเวลาขึ้นกับเจ้าของที่ดินเป็นผู้กำหนด ปกติจะอนุญาตให้ใช้ 5 ปีขึ้นไปโดยต่อสัญญาคราวละ 3 ปี

3. คำถาม : สร้างที่พักอาศัยบนที่ดินได้หรือไม่
คำตอบ : ขึ้นกับเจ้าของที่ดินเป็นผู้กำหนด ปกติจะอนุญาตให้ปลูกเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวได้ และต้องรื้อถอนออกจากที่ดินไปเมื่อหมดระยะเวลาสัญญา

4. คำถาม : หากหมดระยะเวลาตามสัญญาแล้ว ผู้เข้าใช้จะเป็นอย่างไรต่อ
คำตอบ : มีทางเลือกดังต่อไปนี้
----------- (1) ต่อสัญญาเช่าบนที่ดินผืนเดิม กรณีเจ้าของที่ดินอนุญาต
----------- (2) ให้เจ้าหน้าที่ บจธ. จัดหาที่ดินแปลงอื่นในโครงการที่ดินปันสุขให้
----------- (3) ต่อยอดสู่โครงการอื่นของ บจธ. เช่น โครงการเช่าซื้อที่ดินเพื่อมีที่ดินเป็นของตนเอง ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ บจธ. กำหนด  

5. คำถาม : เงินทุนในการทำเกษตร (เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์) มาจากไหน
คำตอบ : ผู้เข้าใช้ที่ดินต้องมีเงินทุนในการทำเกษตรเป็นของตนเอง (โครงการนี้ช่วยเรื่องการยกเว้นค่าเช่า หรือลดค่าเช่าให้ต่ำเป็นพิเศษเท่านั้น)

6. คำถาม : ทำอะไรบนที่ดินได้บ้าง
คำตอบ : ขึ้นกับเจ้าของที่ดินเป็นผู้กำหนดโดยมี บจธ. ช่วยเจรจาประสานให้ ปกติสามารถทำการเกษตรทั่วไปได้ทุกชนิด และสามารถเลี้ยงสัตว์เล็กได้ เช่น ไก่ เป็ด ปลา ทั้งนี้ หากต้องการปรับเปลี่ยนรูปที่ดินจนผิดไปจากสภาพเดิมมาก เช่น ขุดสระน้ำ หรือสร้างที่พักอาศัยชั่วคราว จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตจากเจ้าของที่ดินก่อน 

7. คำถาม : ถ้าบนที่ดินไม่มีไฟฟ้า ประปา ต้องทำอย่างไร
คำตอบ : ผู้เข้าใช้ที่ดินต้องดำเนินการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ประปาด้วยตนเอง หรือใช้พลังงานทางเลือก เช่น โซลาเซล์

8. คำถาม : หากเช่าแล้วต่อมาไม่ต้องการใช้ประโยชน์ และต้องการออกจากที่ดิน จะได้รับค่าชดเชยอะไรหรือไม่
คำตอบ : การเลิกใช้ที่ดินทุกกรณี จะไม่มีค่าชดเชยจากการลงทุนใด ๆ บนที่ดิน

9. คำถาม : ผู้เข้าใช้ได้รับความช่วยเหลืออะไรจาก บจธ. บ้าง
คำตอบ : บจธ. ช่วยเหลือเรื่องการเจรจาประสาน ระหว่างผู้เข้าใช้ที่ดินกับผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น เจ้าของที่ดิน ผู้เข้าใช้ที่ดินรายอื่น(กรณีแบ่งที่ดินใช้ร่วมกันหลายราย) หน่วยงานในท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล หรือผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น

10. คำถาม : มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
คำตอบ : รายละเอียดดังต่อไปนี้
----------- (1) ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการที่ดินปันสุข 
----------- (2) ไม่มีค่าใช้จ่ายในการได้รับบริการหรือการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ บจธ.
----------- (3) ไม่มีค่าเช่าที่ดิน หรือ มีค่าเช่าที่ต่ำเป็นพิเศษ (แล้วแต่แปลง)
----------- (4) ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งไฟฟ้า ประปา ปรับที่ดิน หรือการพัฒนาต่าง ๆ (ถ้ามี) // ผู้เข้าใช้ที่ดินเป็นผู้จ่าย
----------- (5) ค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ // ผู้เข้าใช้ที่ดินเป็นผู้จ่าย
----------- (6) ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้า ประปา หรือสาธารณูปโภคอื่นซึ่งผู้เข้าใช้ที่ดินเป็นผู้ใช้เอง (ถ้ามี) // ผู้เข้าใช้ที่ดินเป็นผู้จ่าย
----------- (7) ค่าใช้จ่ายเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง // ผู้เข้าใช้ที่ดินเป็นผู้จ่าย

11. ⭐ คำถาม : ควรระวังอะไรบ้าง (การเสียภาษี/การติดตามและประเมิน)

คำตอบ : รายละเอียดดังต่อไปนี้
----------- (1) ผู้เข้าใช้ที่ดินมีหน้าที่ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปกติภาษีฯอัตราเกษตรกรรมจะต่ำมาก แต่หากไม่ทำประโยชน์จนที่ดินมีลักษณะทิ้งร้างจะต้องเสียภาษีอัตราทิ้งร้างว่างเปล่า ซึ่งแพงกว่าอัตราเกษตรกรรม 30 เท่า
----------- (2) เจ้าหน้าที่ บจธ. มีหน้าที่ติดตามความคืบหน้าการใช้ประโยชน์ในที่ดินทุก 3 เดือน หากครบ 6 เดือนแล้วผู้เข้าใช้ที่ดินไม่ทำประโยชน์จนที่ดินมีลักษณะทิ้งร้าง จะมีผลเป็นการยกเลิกสัญญาเช่า และส่งคืนที่ดินให้กับเจ้าของที่ดินเพื่อหาผู้เข้าใช้ประโยชน์รายอื่นต่อไป และไม่ได้รับเงินชดเชยใด ๆ จากทุนที่ใช้ไปบนที่ดิน

12. คำถาม : เคยมีกรณีที่เกิดปัญหาจากการเข้าใช้ที่ดินในโครงการนี้แบบไหนบ้าง
คำตอบ : รายละเอียดดังต่อไปนี้
----------- (1) กรณีผู้เข้าใช้ที่ดินทำสัญญาเช่าแล้ว แต่ไม่เข้าทำประโยชน์เลย ปล่อยที่ดินมีลักษณะทิ้งร้างว่างเปล่าติดต่อกันมากกว่า 6 เดือน จึงต้องออกจากที่ดินก่อนหมดระยะเวลาตามสัญญา
----------- (2) กรณีผู้เข้าใช้ที่ดินวางแผนเพาะปลูกใหญ่โตเกินตัว จนไม่สามารถหาเงินทุนมาเพาะปลูกได้ ทำให้ทิ้งร้างที่ดินและเกิดกรณีตามข้อ (1)
----------- (3) กรณีผู้เข้าใช้ที่ดินอาศัยอยู่ห่างจากที่ดินเกินไป จนไม่สามารถเดินทางเข้ามาเพาะปลูกได้ ทำให้ทิ้งร้างที่ดินและเกิดกรณีตามข้อ (1)
----------- (4) กรณีผู้เข้าใช้ลงทุนปรับปรุงที่ดิน เช่น กลบไถ ติดตั้งไฟฟ้า ประปา ขุดสระ แต่หลังจากนั้นไม่เข้ามาใช้ประโยชน์ที่ดินเลย ปล่อยทิ้งร้างและเกิดกรณีตามข้อ (1) และไม่ได้รับเงินชดเชยใด ๆ จากทุนที่ใช้ไป

***ผู้เข้าใช้จึงควรวางแผนตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้เงินและการลงมือเพาะปลูกให้ดี***

13. คำถาม : จะได้พื้นที่ทำประโยชน์ขนาดเท่าไหร่
คำตอบ : หากที่ดินแปลงเล็กไม่เกิน 2 ไร่จะจัดสรรให้เข้าใช้ 1 ราย หากเป็นที่ดินแปลงใหญ่ เช่น 5-10 ไร่ขึ้นไปจะจัดสรรให้มีผู้เข้าใช้หลายคนเข้าทำประโยชน์ร่วมกัน โดยแบ่งเนื้อกันอยู่ที่ประมาณ 1-2 ไร่/ราย(หรือครัวเรือน) ทั้งนี้แล้วแต่ความเหมาะสม

14. คำถาม : ตัวอย่างการทำประโยชน์ที่เหมาะสมเป็นอย่างไร
คำตอบ : รายละเอียดดังต่อไปนี้
----------- (1) ทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช้สารเคมี หรือใช้ให้น้อยที่สุด
----------- (2) ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว หรือพืชทำลายหน้าดิน เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ต้นยูคาลิปตัส
----------- (3) ปลูกเพื่อบริโภค หรือนำที่เหลือขายสร้างรายได้พิเศษหาเลี้ยงชีพ
----------- (4) เนื่องจากเป็นโครงการใช้ประโยชน์ที่ดินชั่วคราว แนะนำให้ทำการเกษตรที่ใช้เงินลงทุนน้อย เช่น พืชระยะสั้น ระยะกลาง
----------- (5) ไม่เพาะปลูกพืชผิดกฎหมาย และไม่เลี้ยงสัตว์ที่ก่อมลพิษหรือความเดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชนรอบข้าง เช่น หมู

ภาพตัวอย่างจากพื้นที่จริงในโครงการ


1. คำถาม : ที่ดินแบบไหนที่เข้าร่วมโครงการได้
คำตอบ : มีรายละเอียดดังนี้
----------- (1) ที่ดินร้างว่างเปล่าที่มีสภาพเหมาะกับการเกษตร 
----------- (2) ที่ดินทั่วประเทศ
----------- (3) ที่ดินทุกขนาด
----------- (4) ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย (นส. 4 จ. หรือ นส. 3 ก.)
----------- (5) ที่ดินปลอดภาระผูกพันอื่น ๆ

2. คำถาม : ที่ดินแบบไหนที่ไม่เหมาะสมกับการเข้าร่วมโครงการ หรือไม่สามารถจัดหาผู้เข้าใช้ให้ได้
คำตอบ : มีรายละเอียดดังนี้
----------- (1) ที่ดินที่ไม่เหมาะกับการเพาะปลูก เช่น ดินดาน ดินเค็ม สภาพเป็นหนองน้ำท่วมขัง หรือ ที่ดินที่เดินทางเข้าออกยากลำบากเกินไป เนื่องจากโครงการที่ดินปันสุขเป็นโครงการที่ให้โอกาสกับผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ขาดแคลนที่ดินทำกิน ได้มีโอกาสเข้าถึงที่ดินเพื่อตั้งตัวหรือสร้างรายได้พิเศษ จึงเป็นกลุ่มที่ไม่มีงบประมาณในการพัฒนาปรับปรุงที่ดินมากนัก
----------- (2) ที่ดินที่มีแผนจะขาย หรือนำไปทำประโยชน์อย่างอื่นในระยะเวลาอันใกล้ 
----------- (3) ที่ดินที่เจ้าของที่ดินตั้งข้อกำหนดเป็นภาระกับผู้เข้าใช้ที่ดินมากเกินไป เช่น การเรียกให้วางเงินค่าประกันต่าง ๆ 

3. คำถาม : เจ้าของที่ดินได้อะไรจากการเข้าร่วมโครงการที่ดินปันสุข
คำตอบ : มีรายละเอียดดังนี้
----------- (1) สร้างโอกาสให้กับผู้ขาดแคลนที่ดินทำกินหรือผู้มีรายได้น้อยได้มีที่ดินทำเกษตรกรรมเพื่อตั้งตัว
----------- (2) ที่ดินได้รับการพัฒนา ไม่ปล่อยทิ้งร้าง ป้องกันปัญหาถูกบุกรุกหรือนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งบนที่ดิน
----------- (3) บรรเทาภาระทางภาษี 

4. คำถาม : เจ้าของที่ดินสามารถคิดค่าเช่าได้หรือไม่
คำตอบ : โดยปกติที่ดินที่เข้าร่วมโครงการจะไม่คิดค่าเช่าจากผู้เข้าใช้ที่ดิน แต่ก็สามารถกำหนดค่าเช่าได้ในอัตราที่ต่ำเป็นพิเศษ (เจ้าหน้าที่ บจธ. ยินดีให้คำปรึกษา)

5.  คำถาม : มีความเสี่ยงอะไรบ้าง โครงการที่ดินปันสุขเหมาะสำหรับการเป็นทางออกเรื่องการบรรเทาภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่
คำตอบ : เนื่องจากการเข้าร่วมโครงการเป็นไปตามหลักความยินยอมสมัครใจ บจธ. ไม่สามารถบังคับควบคุมการกระทำของผู้เข้าใช้ที่ดินได้ ดังนั้น แม้จะมีกระบวนการคัดกรองและจัดประชุมสร้างความเข้าใจก่อนเข้าร่วมโครงการอย่างรอบคอบ รวมทั้งมาตรการไถ่ถามติดตามความคืบหน้าการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยเจ้าหน้าที่ บจธ. ก็ยังอาจเกิดความเสี่ยงกรณีที่ผู้เข้าใช้ที่ดินได้สิทธิตามสัญญาเช่า แต่ภายหลังไม่เข้าทำประโยชน์เลย ปล่อยที่ดินมีลักษณะทิ้งร้างว่างเปล่า ดังนั้น การนำที่ดินเข้าร่วมโครงการจึงไม่ได้หมายความว่าสามารถบรรเทาภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้อย่างแน่นอนหรือในทันที
.

ทั้งนี้ กรณีเกิดเหตุการณ์ผู้เข้าใช้ที่ดินทิ้งร้างที่ดินซึ่งเป็นการผิดเงื่อนไขที่ระบุอยู่ในสัญญาเช่าที่ดิน เจ้าหน้าที่ บจธ. สามารถช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการบอกเลิกการเช่าก่อนครบกำหนดระยะเวลา และจัดหาผู้เข้าใช้ที่ดินรายใหม่ให้ได้หากเจ้าของที่ดินมีความประสงค์ดังกล่าว

6. คำถาม : ใครเป็นผู้มีหน้าที่ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
คำตอบ : โดยปกติจะกำหนดลงในสัญญาเช่าให้ผู้เข้าใช้ที่ดินมีหน้าที่ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทำเกษตรกรรมที่มีอัตราภาษีต่ำ

7. คำถาม : ระยะเวลาในการให้ใช้ประโยชน์กี่ปี
คำตอบ : โดยปกติจะขอให้มีระยะเวลาทำประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยต่อสัญญาทุก 3 ปี

8. คำถาม : บจธ. ทำหน้าที่อะไรบ้าง
คำตอบ : มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
----------- (1) ช่วยเหลือเรื่องการเจรจาประสาน ระหว่างเจ้าของที่ดินที่ดินกับผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ผู้เข้าใช้ที่ดินรายอื่น หน่วยงานในท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล หรือผู้ใหญ่บ้าน
----------- (2) ช่วยจัดหาผู้เข้าใช้ที่ดิน รวมทั้งจัดหารผู้เข้าใช้ที่ดินรายใหม่ กรณีผู้เข้าใช้ที่ดินรายเดิมทิ้งร้างที่ดินไป
----------- (3) ทำหน้าที่ติดตามความคืบหน้าการใช้ประโยชน์ในที่ดินทุก 3 เดือน และรายงานให้แก่เจ้าของที่ดินทราบ
----------- (4) อำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

9. คำถาม : เจ้าของที่ดินมีภาระหน้าที่อะไรบ้าง
คำตอบ : โดยปกติแล้วไม่มีการกำหนดภาระหน้าที่ใดให้แก่เจ้าของที่ดิน แต่ในทางปฏิบัติก็มีกรณีเจ้าของที่ดินที่ช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภคหรือปัจจัยต่าง ๆ ให้แก่ผู้เข้าใช้ที่ดิน ขึ้นกับความสมัครใจ

10. คำถาม : บจธ. หาผู้เข้าใช้ที่ดินจากไหน
คำตอบ : มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
----------- (1) รายชื่อผู้ลงทะเบียนประสงค์เข้าใช้ที่ดินผ่านทางเว็บไซต์นี้
----------- (2) ขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่ที่ดินตั้งอยู่ เช่น อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ประกาศหาสมาชิกในชุมชนที่สนใจเข้าใช้ที่ดิน
----------- (3) ประกาศทางสื่อออนไลน์ และช่องทางต่าง ๆ

11. คำถาม : มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
คำตอบ : รายละเอียดดังต่อไปนี้
----------- (1) ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการที่ดินปันสุข 
----------- (2) ไม่มีค่าใช้จ่ายในการได้รับบริการหรือการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ บจธ.


ภาพจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)


========================================

มีคำถามหรือข้อสงสัย กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00 - 16.00 น. )

นางสาวฆัณฑรัตน์ ตาณพันธุ์ (เบสท์) : 094-550-9151
นางสาวกิตติมา ปานขาว (มิ้น) : 085-955-9196


เผยแพร่เมื่อ : 12/16/2022 8:58:36 PM